ReadyPlanet.com
dot dot
dot
สมัครสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletWEBMAIL




วิ่งอย่างไรได้ประโยชน์สูงสุด

 

วิ่งอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

การออกกำลังกายเป็นยาอายุวัฒนะขนานหนึ่งที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อเพียงแต่มีเวลาและขยันก็เพียงพอแล้ว ซึ่งวงการแพทย์ ในประเทศที่เจริญก้าวหน้าจะใช้วิธีนี้ส่งเสริมสุขภาพของประชาชน หากเปรียบเทียบกับยาแล้วการออกกำลังกายถือเป็นยาครอบจักรวาล เพราะใช้ป้องกันโรคได้เกือบทุกโรคก็ว่าได้ โดยเฉพาะในวัยเด็กการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มความสุขได้ และหากมีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน แต่ละครั้งควรใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาที จะทำให้อายุยืนยาวขึ้น ซึ่งขณะนี้มีผลการวิจัยพบว่าผู้สูงอายุของประเทศญี่ปุ่นอายุยืนที่สุดเฉลี่ย 79 ปี มาเลเซีย 71 ปี และไทย 69 ปี

การวิ่งถือเป็นการออกกำลังกายประเภทหนึ่งที่ปฏิบัติได้โดยง่าย สะดวก ดังพระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานแก่คณะกรรมการราชกรีฑาสโมสร เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2514 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐานอันมีใจความว่า…

“วิ่ง ก็นับว่าเป็นประโยชน์มาก…เป็นการออกกำลังถูกหลักวิชาและถูกต้องที่สุด ที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์… ถ้าได้ลองค้นคว้าและเผยแพร่วิธีสำหรับให้ความเจริญทางด้านอนามัย ของประชาชนทั่วไปก็จะเป็นประโยชน์มาก… ขอให้ทุกคนสามารถที่จะบริหารร่างกายให้แข็งแรงอยู่ตลอดไป แนะนำให้ผู้อื่นมีกำลังใจและชักชวนให้ทุกคนรักษาตัวให้มีกำลัง ถ้าประชาชนทั่ว ๆ ไปแข็งแรงก็ย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ที่จะทำให้ประเทศชาติเรา ได้มีส่วนร่วมที่เจริญ "……….

ดังนั้นเพื่อให้การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ก็มีหลักของการวิ่งที่ควรปฏิบัติดังนี้

1. ไม่ควรวิ่งลงปลายเท้า เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อหน้าแข้ง กล้ามเนื้อน่อง และเอ็นร้อยหวายอักเสบได้ง่าย เวลาวิ่งจึงควรใช้แรงจากกล้ามเนื้อโคนขา เนื่องจากเป็นกล้ามเนื้อใหญ่ที่แข็งแรงและมีพลังมาก

2. ให้วิ่งยาว คือ วิ่งในระยะทางมาก ๆ จนกล้ามเนื้อปวดเมื่อย อาทิตย์ละครั้ง เนื่องจากกล้ามเนื้อจะใช้พลังงานจากไกลโคเจนในการออกกำลังกาย ซึ่งในกรณีที่เราใช้ไกลโคเจนหมดกล้ามเนื้อจะเริ่มสะสมใหม่ และในครั้งใหม่นี้จะสะสมไว้มากกว่าคราวที่ผ่านมา นั่นก็หมายความว่าคราวหน้าเราจะวิ่งได้ไกลขึ้น

3. วิ่งเร็วอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง เพราะการวิ่งเร็วจะทำให้ร่างกายทำงานหนัก ส่งผลให้ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ทำให้ต้องหันไปใช้วิธีให้พลังงานแบบไม่ใช้ออกซิเจน ซึ่งจะส่งผลให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจขยายใหญ่ขึ้น เป็นการป้องกันการเป็นโรคหัวใจแบบธรรมชาติบำบัดได้เป็นอย่างดี

4. เวลาวิ่งให้หายใจโดยใช้กะบังลม เพราะการหายใจที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวันนั้น คือการหายใจตื้นและสั้น ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการวิ่ง ดังนั้นจึงต้องใช้กะบังลมเข้าช่วยเพื่อให้หายใจลึกและยาวขึ้น เราสามารถฝึกหายใจโดยใช้กะบังลมได้โดยการนอนหงายเอาหนังสือวางบนหน้าท้อง ถ้าหนังสือขยับขึ้นตอนสูดหายใจเข้าลดลงตอนหายใจออกถือว่าใช้ได้ และควรยืดกล้ามเนื้อ วันละ 2 ครั้ง เพื่อเป็นการคลายกล้ามเนื้อ และลดอาการบาดเจ็บขณะวิ่ง

การออกกำลังกายด้วยการวิ่งนั้นควรใส่เสน่ห์และความคิดสร้างสรรค์ลงไปในโปรแกรมการวิ่งด้วย เช่น เปลี่ยนสถานที่ในการวิ่งเป็นริมหาดชายทะเล เพื่อให้การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่เต็มที่และเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเพลิดเพลินใจ.


หน้า 1/1
1
[Go to top]



Copyright © 2010 All Rights Reserved.